น้อย…ที่ผมรัก..

“….วันนี้ น้อยเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง มีหน้ามีตาในวงสังคมชั้นสูง มีลูกสาวที่แสนน่ารัก 1 คน โตแล้ว ผมรักและคิดถึงน้อยเสมอ เท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวยให้ น้อยเป็นผู้หญิงที่สอนผมให้รู้จักคำว่ารัก ผมกับน้อยพบกันครั้งหนึ่งในงานแต่งของรุ่นน้องที่เคยทำงานในโรงพยาบาลเดียว กับพี่บุษย์เมื่อหลายปีก่อน และนับแต่นั้นมาก็ไม่เคยพบพานกันอีกเลย ไม่ใช่ไม่รัก รักเสียยิ่งกว่ารัก แต่ไม่อยากให้วันเวลาเก่าๆ มาทำให้เราต้องเดินผิดทางกันอีก วันนี้กับวันนั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง น้อยไม่ใช่เด็กสาวสดใส อิสระ เช่นนกน้อยอีกแล้ว เธอคือคนมีครอบครัว ผมคือคนมีครอบครัว ไม่มีอะไรมีค่ามากไปกว่าความรักที่มีต่อครอบครัว ผมพอใจที่จะรักน้อย แค่ในหัวใจ และไม่ปรารถนาที่จะครอบครองร่างกายของน้อยอีก แม้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ผมปรารถนาก็ตามที ผมเป็นเสมือนน้ำมัน ในขณะที่น้อยคือไฟ น้ำมันกับไฟอยู่ใกล้กันก็ย่อมลุกติดขึ้นมาใหม่ และมันจะเผาผลาญเราสองคนจนมอดไหม้ย่อยยับกันไปทั้งสองคน

น้อยจึงเป็นผู้หญิงในดวงใจที่ผมไม่เคย แม้กระทั่งส่งดอกไม้ไปให้ แม้แต่ในครบรอบวันเกิดของเธอ….

บทที่ 3 “..น้อย…ที่ผมรัก..”

“เธอรักน้อยหรือเปล่า” พี่บุษย์ตั้งคำถามเครียดๆกับผม หลังจากที่เราช่วยกันนำพานาวาสวาทฝันฝ่าคลื่นลมที่พัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง มาอย่างทุลักทุเล ผมนิ่งคิดใคร่ครวญกับคำถามของเธอ”ผมไม่แน่ใจ” “เธอพูดออกมาเถอะ พี่ฟังได้” พี่บุษย์คาดคั้น เมื่อเห็นว่าผมเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเธอ

“อืม…น้อยเป็นผู้หญิงที่อยู่ในจินตนาการของผม ผมอาจจะมีความสุข ถ้ามีโอกาสอยู่ใกล้ๆ กับเธอ”

“แน่ใจนะว่า เธอชอบน้อยจริงๆ ไม่ใช่ต้องการเอาชนะหนุ่มๆ ที่มาเฝ้าตอมเธออยู่” ผมนิ่งคิด

“ก็อาจเป็นไปได้ แต่ผมคิดว่าผมชอบน้อยจริงๆ”

“ฟังนะ น้อยอยู่กับพี่มาหลายปี พี่รักน้อยเหมือนน้องคนหนึ่ง หากว่าเธอคิดจะชอบน้อย พี่อยากให้เธอคิดจริงๆ จังๆ อย่าทำเล่นๆ พี่ไม่ว่าเธอหรอก ถ้าเธอจริงจังกับน้อย”

“แล้วพี่ละ” ผมตั้งคำถามกลับ

“เธอไม่ต้องห่วงพี่ขนาดนั้น พี่รู้ตัวดี เท่าที่เธอทำให้พี่ พี่ก็มีความสุขแล้ว”

“แต่ผมรักพี่” พี่บุษย์ยิ้ม จับปลายคางผมเขย่าเบาๆ “เธอรักพี่เฉพาะบนเตียงเท่านั้นแหละ เธอไม่ได้รักพี่จริงๆ หรอก อย่าหลอกตัวเองเลย ทำในสิ่งที่ใจเธออยากทำดีกว่า วันไหนเธอรักพี่จริง เธอไม่ต้องบอก พี่ก็รู้” พี่บุษย์พูดออกมา พร้อมกับจ้องตาผมนิ่ง ผมสบตาเธอ จ้องลึกเข้าไปในหัวใจของกันและกัน “ขอบคุณครับพี่” คำตอบสั้นๆ ประโยคเดียวแต่บ่งบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมคิดอยู่ในใจ พี่บุษย์หอมแก้มผมเบาๆ “ทำอย่างที่เธออยากจะทำ พี่เอาใจช่วย” ผมกอดเธอแน่น อยากให้เธอรับรู้ถึงความห่วงใยที่ผมมีต่อเธอ อยากให้เธอรู้ถึงหัวใจที่ซ่อนอยู่ในอกอุ่นๆ ของผม วันหนึ่งข้างหน้าผมก็ตกหลุมรักเธอในที่สุด รักที่บริสุทธิ์ รักที่ไม่เคยคิดถือครองซึ่งกันและกัน

ผมกับน้อยเริ่มคบกันออกหน้าออกตาและเปิดเผยมากขึ้น บ่อยครั้งที่เราออกไปดูหนัง ฟังเพลง กันสองต่อสอง แต่ผมกับน้อยก็ยังสงวนท่าทีอยู่พอควร เธอดูเป็นเด็กในสายตาผม แม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าผมถึง 2 ปี ก็ตาม ผมชอบให้น้อยเข้ามาออดอ้อน ออเซาะอยู่ข้างๆผม บางครั้งผมก็อยากมีอะไรกับน้อย แต่ผมมีความรู้สึกบางอย่างอยู่ในใจที่ทำให้ผมต้องยับยั้งชั่งใจ อาจเป็นเพราะบ่อยครั้งที่ผมไปกับน้อย ผมยังมีเรื่องพี่บุษย์ค้างคาอยู่ในใจ ผมมีความรู้สึกสับสนกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ ผมรู้สึกผิดต่อพี่บุษย์ น้อยเองคงสังเกตเห็นความผิดปกติของผม เธอถามผมในเย็นวันหนึ่งที่เราออกไปทานข้าวด้วยกัน

“หมู่นี้ นุ้ยดูแปลกไปนะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” “เปล่า ก็ปกติดีทุกอย่าง ไม่มีอะไรนี่” ผมตอบแบบเลี่ยงๆ “ไม่จริงหรอก นุ้ยไม่ใช่คนแบบนี้ เรื่องพี่บุษย์ใช่มั๊ย” เธอยิงคำถามเข้าตรงขั้วหัวใจผม “บอกน้อยเถอะ ถ้านุ้ยคิดว่าน้อยไม่ใช่คนนอก” เธอขอร้องผม พร้อมสายตาวิงวอน “ใช่” ผมตอบง่ายๆ “เล่าให้น้อยฟังได้มั๊ย” ผมชั่งใจอยู่นานก่อนที่จะถามย้ำเพื่อความแน่ใจ “น้อยแน่ใจนะว่าจะรับฟังได้ มันเป็นเรื่องที่น้อยอาจลำบากใจนะ” “นุ้ยมีอะไรกับพี่บุษย์แล้ว ใช่มั๊ย” “ใช่” ผมก้มหน้ารับ น้อยเงียบ ถอนใจเบาๆ “นุ้ยรู้มั๊ย น้อยก็รู้สึกผิดที่แย่งของ ของพี่บุษย์มา น้อยไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน”

ผู้หญิงบางครั้งก็เก็บความรู้สึกของตัวเองได้ดีกว่าผู้ชายไม่รู้กี่เท่า ผมกับน้อยต่างก็มีความไม่สบายใจพอๆกัน แต่ผมไม่รู้เลยว่าน้อยคิดอะไรอยู่ ในขณะที่น้อยอ่านใจผมออก เรานั่งปรับทุกข์กันแทนการกินข้าว ในที่สุดเราก็ตกลงใจว่าเราจะไม่ปล่อยพี่บุษย์ไว้คนเดียว ในขณะที่เราสองคนออกมาหาความสุขกันข้างนอก

นับตั้งแต่วันนั้นมาเราก็ออกจากบ้านไปดูหนัง ฟังเพลง กินข้าวด้วยกันสามคนทุกครั้ง พี่บุษย์ของผมก็ดูมีชีวิต ชีวาขึ้น พันธนาการในใจของผมกับน้อยก็เริ่มลบเลือน ในวันนี้เราสามคนมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น มีเสียงหัวเราะให้แก่กันมากขึ้น ชีวิตของผมกับพี่บุษย์เริ่มกลับมาเหมือนเดิม แต่มีน้อยเพิ่มเข้ามาร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งความรัก และชีวิต…..

เย็นวันหนึ่งพี่บุษย์ ผมและน้อยนัดไปทานข้าวข้างนอกอีกเช่นเคย และต่อด้วยการฟังเพลงที่ผับขาประจำ ที่ไปเสียจนเด็กในร้านจำหน้าได้กันเกือบทุกคน เราดื่มวิสกี้กัน โดยปกติพี่บุษย์จะชอบดื่มไวน์ น้อยดื่มได้เล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ เกือบเที่ยงคืนเราก็มึน ผมขับรถกระบะคู่ชีพ ปุเลงๆ ไปส่งพี่บุษย์ที่บ้านพัก แล้วก็เลยไปส่งน้อยที่คอนโดอีกที ระหว่างทางน้อยก็ออดอ้อน ออเซาะผมตลอดทาง ซึ่งตอนนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับเราสองคนไปแล้ว ผมจอดรถที่หน้าคอนโด น้อยในยามนี้ดูน่ารัก แววตาแห่งความปรารถนาฉายแววอย่างเด่นชัด ผมอดใจไม่ไหว ผมก้มลงจูบริมฝีปากน้อย น้อยเผยอรับอย่างเต็มใจ เราแลกจูบกันอย่างเร่าร้อนในรถ ลิ้นเกี่ยวกระหวัดดูดดื่มตามอารมณ์ปรารถนาที่ซ่อนอยู่ในใจของเราสองคน บางทีเพราะฤทธิ์วิสกี้ที่เราดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้ มันละลายเกราะน้ำแข็งในใจของเราให้กลายเป็นสายน้ำ ตอนนี้เราถึงกล้าแสดงออกกันอย่างเปิดเผยถึงความต้องการที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน ใจ

ผมถอนปากจากปากรูปกระจับของน้อย ผมบอกน้อยว่าขอผมขึ้นไปส่งที่ห้องนะ น้อยพยักหน้า ผมขยับจอดรถให้เรียบร้อย อย่างไรเสียคืนนี้ผมคงต้องนอนค้างกับน้อยที่คอนโดอย่างแน่นอน เราเลือกประตูด้านหลังเพื่อหลบสายตาผู้คน พอถึงห้อง เราสองคนไม่มีการพูดพล่ามทำเพลง โผเข้าจูบกันอย่างร้อนแรง น้อยตอนนี้อยู่ในวงแขนแข็งแรงของผม เราจูบกันอย่างดูดดื่ม เนิ่นนาน เรียวลิ้นพันเกี่ยวคลอเคลียอย่างแสนรัก มือผมเคล้าคลึงอยู่ที่เต้าเต่งขนาดพอมือของน้อย เต้ากระเปาะของน้อยแม้ไม่ใหญ่โตเท่าพี่บุษย์ แต่หยุ่นมือน่าหลงใหล น้อยเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมออกทีละเม็ด ทีละเม็ดจนหมด ผมรูดมันออกจากตัว โชว์แผงอกกว้างเปล่าเปลือย อวดความบึกบึน แข็งแรง

ผมดึงชายเสื้อน้อยขึ้น น้อยยกแขนให้ผมรูดมันออกทางศีรษะอย่างง่ายดาย เต้าอวบซ่อนอยู่ในบราเซียสีขาว ผมอ้อมไปปลดตะขอด้านหลังและดึงบราเซียตัวน้อยออกจากตัวเธอ เต้ากระเปาะของเธอไม่มีอะไรปกปิดอีกแล้ว ผมจ้องมองอย่างหลงใหล แม่นางฟ้าของผม…..ผมก้มลงลิ้มเลียยอดปทุมถันสีชมพู ผมดูดดุนอ้าอม ไล้เลีย ให้สมรัก น้อยร้องครวญคราง… อย่างเสียวสยิวในอารมณ์ แอ่นอกให้ผมดูดเลียอย่างเต็มใจ มือเธอเกาะกุมอยู่ที่ศีรษะผม ผมไล้เลียจากเต้าซ้าย ย้ายไปยังเต้าขวา สลับกับการนวดคลึงด้วยสองมือของผม บางครั้งก็รัวลิ้นที่เม็ดเสียวปลายถันของน้อย น้อยเองเจออย่างนี้เข้าก็เสียวมาก ร้อง “นุ้ย..อืม..ดี อูยย เสียว” น้ำลายผมเปื้อนเปรอะอยู่ที่สองเต้าของน้อย

มือที่ว่างของผมก็วนอยู่ที่หัวนมอีกเต้า อารมณ์ของน้อยกระเจิดกระเจิง ฉุดไม่อยู่ เธอครางดังขึ้น ดังขึ้น “อูยย นุ้ย เสียวเหลือเกินค่ะ..โอ้ว อูยยย” ผมดันเธอเดินถอยหลังจนถึงเตียงนอน น้อยหมดทางถอย ผมดันเบาๆ น้อยก็ล้มลงนอนแผ่หราอยู่บนเตียง ผมตามประกบจูบอย่างไม่ยอมให้คลาดกันแม้แต่วินาทีเดียว มือผมเริ่มปลดตะขอกางเกงยีนส์ของเธอ ผมรูดซิปลงจนหมด รูดมันออก น้อยขยับก้นให้มันหลุดพ้นแก้มก้นของเธอ ด้วยความช่วยเหลือของน้อยในที่สุดมันก็ลงไปกองอยู่ที่พื้น ร่างขาวผ่องของน้อยเหยียดเกร็งด้วยควา,เสียวกระสันในขณะที่ผมลูบเล่นที่หน้า ท้องแบนราบของเธออย่างเบามือ

น้อยแขม่วท้องหลบเลี่ยงปลายนิ้วของผม มือผมวกต่ำลงสอดลอดขอบกางเกงชั้นในเข้าหาเต่านาตัวน้อยที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกง ในสีขาวลายลูกไม้ของน้อย ทันทีที่มือผมสัมผัสเข้ากับเต่าตัวนั้น มันอวบใหญ่ไม่น้อย มีใยไหมสากมือขึ้นหนาแน่นพอควร นิ้วซุกซนของผมลูบไล้ไปมาบริเวณเม็ดสวาทของเธอ น้อยขนลุกซู่เมื่อผมวนนิ้วอยู่กับติ่งเสียวที่ลุกชูชันของเธอ น้อยครางอูยยย…ยาวอย่างสะใจ อกแอ่นอย่างสุดเสียว

ปลายนิ้วผมกลายเป็นอาวุธสำคัญในการโจมตีกลีบสวาทของน้อยในตอนนี้ นิ้วผมแตะเข้ากับยอดติ่งเสียวกลางแอ่งน้ำรักของเธอ น้อยขับเมือกสวาทออกมาอย่างมากมาย น้อยสุดทนกับรสสัมผัสจากเรียวนิ้วที่บดขยี้อยู่กับเม็ดเสียวของเธอ มือผมคลึงไปมาบริเวณโคกสวาท รับรู้ถึงความเปียกชื้นจากน้ำเมือกของเธอที่ไหลเยิ้มออกมา “อืม อูว์ อาว” …

ผมลูบ บดขยี้ บางครั้งก็แหย่แยงลึกเข้าไปในกลีบเนื้ออวบอูมของเธอ เกาะเกี่ยวกระตุก เธอร้อง “โอ๊ย นุ้ย ดีเหลือเกิน อูยย ซี๊ดดด อา” “น้อย ชอบมั๊ย” ผมถามเธอ “อูยย ชอบที่สุดเลยคะ.. อูยยย” ผมรูดกางเกงในตัวน้อยออกทันที น้อยยกก้นจนมันหลุดไปกองที่พื้นอีกชิ้นหนึ่ง น้อยตอนนี้เปล่าเปลือยขาวโพลนอย่างท่ามกลางแสงนีออนและสายตาหื่นๆของผม ผมเองก็เสียวจนปวดลำเนื้อเหมือนกัน ผมลุกขึ้นยืนข้างเตียงปลดตะขอ รูดกางเกงนอก กางเกงในออกจากตัวทันที รวดเดียว… หัวเงี่ยงบานร่าราวกับดอกเห็ดออกเต้นตุ๊บๆด้วยความเงี่ยนง่านโชว์ส่วนสัด เต็มๆ น้อยจ้องมองท่อนเอ็นของผมแทบไม่กระพริบตา

ผมล้มลงนอนเคียงข้างน้อยอีกครั้ง ผมจูบน้อยอย่างดูดดื่ม ละจากปากสู่หัวนมสีชมพูของเธอ บรรจงใช้ริมฝีปากเม้มตรงบริเวณส่วนยอดของมัน น้อยขนลุกซู่ทั้งตัวบิดกายไปมาอย่างเสียวซ่านรัญจวนใจ ยามที่ผมอ้าปากอมหัวนมเม็ดน้อยใช้ลิ้นดูดดุนเบาๆ เธอแอ่นอกลอยขึ้นให้ผมดูดอย่างลืมตัว ” อูย…. นุ้ยขา… น้อยเสียวค่ะ… ซี๊ดดด…. ใจจะขาดแล้ว….. ซี๊ดดด” น้อยร้องครางเสียงสั่นสะท้านเมื่อผมขบหัวนมสีชมพูของเธอแล้วดูดดุนอย่างแรง มือผมก็เคล้นคลึงเต้านมขาวอีกข้างอย่างเมามัน น้อยเสียวแขม่วเกร็งหน้าท้องเป็นระลอก เรียวขาอวบแข็งแรงของเธอเหยียดเกร็งตวัดก่ายกันไปมา ตาหลับพริ้มห่อปากครางอย่างเสียวกระสัน

ผมลากลิ้นต่ำลงไปที่หน้าท้องขาวนวลเนียนหอมกรุ่นซุกไซ้ไปมาอย่างย่ามใจ เนินโคกของน้อยอวบใหญ่ไม่แพ้ของพี่บุษย์ มีขนละเอียดนุ่มมือปกคลุมอยู่ กลีบแคมยังปิดสนิทชิดแต่เอ่อเยิ้มไปด้วยเมือกสวาทปริ่ม เม็ดเสียวสีชมพูระเรื่อ ผมซบหน้าลงไปยังเนินโคกของเธอดูดเลียอย่างชอบใจ น้อยสะท้านทั้งร่างเมื่อผมอ้าอมเม็ดเสียวของเธอแล้วดูดเลีย เธอแอ่นอกยกสะโพกกระดกสู้ลิ้นของผมอย่างเงี่ยนง่าน เธอส่ายตูดร่อนกลีบรักอัดเข้ากับหน้าของผมอย่างลืมตัว น้ำเงี่ยนเปรอะเป็นคราบตามริมฝีปากของผม “อูย… นุ้ยขา… ซี๊ด….. มันเสียวจนทนไม่ไหวแล้ว… อูย….. นุ้ยช่วยน้อยด้วยนะคะ… ซี๊ดดด”

ผมฝังหน้าลงกับกลีบเนื้อ เลียกลีบแคม ติ่งเสียว อย่างรุนแรง อยากส่งน้อยไปสู่สรวงสรรค์ชั้นเจ็ด น้อยสะอื้นฮักๆ กับความเสียวที่เธอได้รับ ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว “โอ๊ย..อูว.. เสียวเหลือเกิน น้อยไม่ไหวแล้ว โอ๊ย…น้อยออกแล้ว…อูยย” น้อยกระตุกเกร็ง แอ่นอก เเอ่นเอว กดหัวผมบดหอยเธอแน่นสะอื้น หอบ เนื้อตัวกระปรก กระเปรี้ย อ่อนแรง ผมก้าวขึ้นนอนเคียงข้างเธอ ปากเราบดกันอย่างดูดดื่ม น้อยยิ้มให้ผมอย่างอ่อนหวาน เธอสุขสมอารมณ์หมายแล้ว น้อยเป็นคนที่โชคดี สวรรค์ของเธออยู่แค่เอื้อม ไม่นานเธอก็ไขว่คว้าถึง

“นุ้ย เธอเก่งจัง น้อยมีความสุขที่สุดเลยคะ”